ห้องอบสีรถยนต์ ระบบอินฟาเรด (รุ่น 688A)
ใช้สำหรับพ่นสี-อบสี ซึ่งมีความสามารถและประสิทธิภาพสูงมาก ช่วยย่นเวลาในการทำสีเป็นอย่างดี
***โปรดติดต่อพนักงานขายก่อน เพื่อเตรียมพื้นสำหรับติดตั้งสินค้า***
คุณลักษณะ
- ระบบอบสีอินฟราเรด ให้ความร้อนทั่วถึง ช่วยให้สีแห้งสม่ำเสมอ
- รองรับงานพ่นสีและอบสีในห้องเดียว ลดขั้นตอนการทำงาน
- ระบบหมุนเวียนอากาศ ช่วยกระจายอุณหภูมิทั่วห้อง
- ระบบกรองอากาศ ช่วยลดฝุ่นและสิ่งปนเปื้อนในงานพ่นสี
- แผงควบคุมดิจิทัล ตั้งค่าเวลา อุณหภูมิ และโหมดการทำงานได้ง่าย
- ไฟ LED ภายในห้อง ช่วยตรวจสอบเฉดสีและรายละเอียดชิ้นงาน
- ผนังห้องแบบ EPS หนา 50 มม. ช่วยรักษาอุณหภูมิภายใน
- มีประตูฉุกเฉิน เพิ่มความปลอดภัยขณะใช้งาน
การเตรียมพื้นที่ก่อนติดตั้งห้องอบสีรถยนต์
ห้องอบสีรถยนต์ต้องเตรียมพื้นที่เท่าไหร่?
- ก่อนติดตั้งห้องอบสีรถยนต์ ควรวางแผนพื้นที่ติดตั้งให้เหมาะสม เพื่อให้ตู้อบสีทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และสะดวกต่อการใช้งานของช่าง โดยควรเตรียมพื้นที่ให้มากกว่าขนาดตัวห้องอบ เพื่อรองรับการติดตั้ง การเปิด-ปิดประตู และพื้นที่สำหรับทำงานรอบห้อง
- สำหรับห้องอบสีรถยนต์ รุ่น 688A ต้องเตรียมพื้นที่โดยประมาณ 7,600(กว้าง) x 15,800(ยาว) x 4,000(สูง) มม. และพื้นเรียบหนา 20 ซม. ขึ้นไป ดังนั้นพื้นที่ติดตั้งควรมีขนาดเพียงพอสำหรับตัวห้องอบ รวมถึงพื้นที่ด้านหน้าและด้านข้างสำหรับนำรถเข้า-ออก และการติดตั้งระบบต่าง ๆ
ระบบไฟที่ต้องเตรียมก่อนติดตั้ง
ห้องอบสีรถยนต์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้กำลังไฟสูง ควรเตรียมระบบไฟให้เหมาะสมก่อนติดตั้ง
- ใช้ระบบไฟ 380V เท่านั้น
- ควรติดตั้งระบบไฟแยกเฉพาะสำหรับห้องอบสี
- เบรกเกอร์ 100A
- ตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสม
การดูแลรักษาตู้อบสีรถยนต์
เพื่อให้ตู้อบสีทำงานเต็มประสิทธิภาพ ควรดูแลอย่างสม่ำเสมอ
- ควรเปลี่ยนไส้กรองอากาศด้านบนทุก 12 เดือน เพื่อคงประสิทธิภาพการกรองอากาศ
- ควรเปลี่ยนไส้กรองอากาศด้านล่างทุก 6 เดือน เพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นและรักษาคุณภาพงานพ่นสี
- ทำความสะอาดภายในห้องอบเป็นประจำ
- ตรวจสอบระบบไฟและมอเตอร์ระบายอากาศ
- หลีกเลี่ยงการสะสมของฝุ่นภายในห้องอบ
จะรู้ได้อย่างไรว่าควรเปลี่ยนไส้กรองอากาศบน–ล่าง?
ไส้กรองอากาศ(ฟิลเตอร์)เป็นส่วนสำคัญของระบบหมุนเวียนอากาศภายในตู้อบสี หากใช้งานต่อเนื่องโดยไม่เปลี่ยนตามระยะเวลา อาจส่งผลต่อคุณภาพงานพ่นสีและประสิทธิภาพของระบบอบสี
สัญญาณที่บ่งบอกว่าควรเปลี่ยนไส้กรอง ได้แก่
- ปริมาณลมภายในห้องอบลดลง
- ฝุ่นละอองภายในห้องอบมีมากกว่าปกติ
- ผิวสีเกิดเม็ดฝุ่นหรือมีตำหนิบ่อยขึ้น
- ระยะเวลาอบสีนานกว่าปกติ
- พัดลมหรือมอเตอร์ทำงานหนักและมีเสียงผิดปกติ
- ไส้กรองมีคราบสี ฝุ่น หรือสิ่งสกปรกสะสมจำนวนมาก
หากไม่เปลี่ยนฟิลเตอร์ตามกำหนด จะเกิดผลเสียอะไร?
ฟิลเตอร์หรือไส้กรองอากาศเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยกรองฝุ่นละอองและสิ่งปนเปื้อนภายในตู้อบสีรถยนต์ หากปล่อยให้ไส้กรองอุดตันหรือใช้งานเกินอายุที่แนะนำ อาจส่งผลกระทบต่อทั้งคุณภาพงานสีและประสิทธิภาพของระบบภายในตู้อบสี ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
- คุณภาพงานพ่นสีลดลง เมื่อไส้กรองสะสมฝุ่นจำนวนมาก อากาศภายในห้องอบจะไม่สะอาด ส่งผลให้ฝุ่นหรือสิ่งปนเปื้อนเกาะบนผิวสี ทำให้ต้องเสียเวลาแก้ไขงานและเพิ่มต้นทุนในการทำสี
- ระบบหมุนเวียนอากาศทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ไส้กรองที่อุดตันจะทำให้ปริมาณลมลดลง การไหลเวียนอากาศภายในห้องอบไม่สม่ำเสมอ ส่งผลต่อคุณภาพการพ่นสีและการอบแห้ง
- ระยะเวลาอบสียาวนานขึ้น เมื่อการหมุนเวียนอากาศลดลง ตู้อบสีจะใช้เวลาทำงานนานกว่าปกติ ส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานและลดประสิทธิภาพในการให้บริการ
- พัดลมและมอเตอร์รับภาระมากขึ้น การอุดตันของไส้กรองทำให้พัดลมต้องทำงานหนักขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเร่งการสึกหรอของมอเตอร์และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง
- สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในระยะยาว แม้ไส้กรองจะมีราคาต่ำกว่าชิ้นส่วนหลักของตู้อบสี แต่หากละเลยการเปลี่ยนตามกำหนด อาจทำให้เกิดความเสียหายกับระบบระบายอากาศ พัดลม หรือมอเตอร์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมสูงกว่าหลายเท่า